วิธีใส่เสื้อกันหนาวให้อุ่นในอุณหภูมิติดลบ

เป็นปัญหาตลอดเวลาจะเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่อากาศหนาวเย็นกว่าบ้านเรา เราจะไม่แน่ใจว่าเลือกเสื้อผ้าใส่อย่างไรถึงจะพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป ปกป้องเราจากความเย็นได้ ไม่หนาวตายเสียก่อน ผมก็เคยเป็นแบบนี้ครับ เลยขอนำเสนอวิธีเลือกเสื้อกันหนาว และวิธีการใส่เสื้อกันหนาวให้อุ่นมาเล่าสู่กันฟัง

ก่อนอื่นเลยต้องถามตัวเองก่อนว่าเป็นคนขี้หนาวหรือเปล่า ประเภทอยู่ห้องแอร์เย็น ๆ ก็ตัวสั่นแล้ว แบบนี้อาจจะต้องเผื่อไปอีกนิดจากที่แนะนำนะครับ เหลือดีกว่าขาด

ก่อนอื่นให้จำไว้ก่อนง่าย ๆ นะครับว่าตอนใส่เสื้อผ้ากันหนาวของเรา จะประกอบไปด้วย 3 ชั้น (นึกภาพหมู 3 ชั้นประกอบก็ไม่ผิดกติกา)

  1. ชั้นในสุด ส่วนใหญ่เรียก เบส เลเยอร์ (Base Layer) บ้างก็เรียก Inner อินเนอร์
  2. ชั้นกลาง ส่วนใหญ่เรียก มิด เลเยอร์ (Mid Layer)
  3. ชั้นนอก ส่วนใหญ่เรียก เชล เลเยอร์ (Shell Layer) บ้างก็เรียก Outter เอาเตอร์

หลัก ๆ เลย ที่เรารู้สึกอุ่นเป็นเพราะความร้อนที่ร่างกายเราผลิต มันจะถูกเก็บกักเอาไว้ภายในเสื้อผ้าที่ใส่ ยิ่งความร้อนทะลุออกไปช้าเท่าไรเราก็ยิ่งอุ่นขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าความชื้นไม่ได้ออกไปตาม เราก็จะรู้สึกอึดอัด เหงื่อแตก เหมือนซาวน่า ไม่สบายตัว เหมือนเอาพลาสติกถนอมอาหารมาพันตัว ดังนั้นการเลือกประเภทของเสื้อผ้าถึงสำคัญ

เป็นไปได้ โยนเสื้อผ้าฝ้ายหรือคอตตอนทิ้งไปได้เลยครับ เหมาะกับหน้าร้อนบ้านเรามากกว่า

ตัวอย่าง 3 ชั้น จาก http://www.outdoorsports.com/
ตัวอย่าง 4 ชั้น จาก http://www.outdoorsports.com/

 

ชั้นในสุด Base Layer

เป็นชั้นที่จะใส่ถัดจากผิวหนังของเรา เลยต้องเลือกเสื้อผ้าที่สามารถจัดการขจัดความชื้นและเก็บกักความร้อนจากร่างกายของเราได้ดี โดยชั้นนี้ให้เลือกเสื้อผ้าที่ค่อนข้างแนบเนื้อเราเสียหน่อย อย่าให้มีช่องว่างมาก เพราะจะได้เก็บกักความร้อนได้ดี โดย Base Layer อาจจะเป็นได้ตั้งแต่ชุดชั้นใน เสื้อตัวเดียว หรือมาเป็นเซ็ตก็ได้ หรืออย่าง ลอนจอน ที่เรารู้จักกันดีก็เป็น Base Layer แบบเต็มตัวเหมือนกัน เลือกเอาตามความหนาวที่จะต้องเจอเลยครับ หนาวมากติดลบเยอะ ๆ ก็ต้องเป็นเซ็ตเต็มตัว หนาวไม่มาก ขาทนได้ ก็แค่เสื้อพอ

คุณภาพดีที่สุด คือ Base Layer ที่ทำมาจากขนแกะมาริโน่ Marino Wool เพราะคุณภาพเส้นใยละเอียดสุด น้ำหนักเบา ใส่แล้วไม่คัน ไม่มีกลิ่นเหม็น แห้งเร็ว แถมกัน UV ในตัวอีก รองลงมาก็เป็นใยสังเคราะห์แบบต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งผ้าไหมก็ยังดีกว่าเสื้อผ้าคอตตอนครับ

แกะพันธุ์มาริโน่ Marino Wool

ถ้าให้ฟันธง มีเงินไม่อั้น ก็หา Base Layer ที่ทำจาก Marino Wool ครับ แบรนด์ดังหน่อยก็ icebreaker บ้านเราหาซื้อยาก เพราะราคาสูง แต่ดีสุดเพราะไม่ค่อยเหม็นเหงื่อ เบา ใส่สบาย พวกนี้ราคาสูงครับ เสื้อชั้นในตัวเดียวอาจจะราคา 2000 – 4000 บาทได้ หรืออาจจะดูที่เอาขนแกะมาริโน่มาผสมกับใยสังเคราะห์ครับ ราคาจะลงมาหน่อย มีแทบทุกยี่ห้อ

กลาง ๆ ก็พวกแบรนด์ดังต่าง ๆ เช่น The North Face, Columbia ส่วนใหญ่จะเป็นใยสังเคราะห์ เบาและอุ่นเหมือนกัน

หรือถ้าคุ้มค่าคุ้มราคา ก็ Uniqlo ครับ ชุด Heattech ทั้งเสื้อและกางเกง จะเลือกแบบหนา 1 หรือ 1.5 เท่าก็ตามสบายเลย

เสื้อ Base Layer
กางเกง Base Layer

 

ชั้นกลาง Mid Layer

เสื้อผ้าชั้นนี้จะเก็บกักอากาศระหว่างเสื้อผ้าชั้นในกับชั้นกลางของเราไว้ ทำให้อากาศเป็นฉนวนอีกชั้นนึง ช่วยเก็บกักความร้อนที่หลุดออกมาจากชั้นในอีกที โดยส่วนใหญ่เราจะเลือกเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเบา ขยับตัวได้ง่าย ๆ หน่อย เช่นเคยครับ ดีที่สุดในชั้นนี้เป็นได้ทั้งที่ทำมาจากขนแกะมาริโน่ ขนสัตว์ต่าง ๆ หรือขนห่าน Goose Down หรือรองลงมาหน่อยก็เป็นผ้าฟรีส Fleece แบบที่เราคุ้นเคยกันดี

ชั้นนี้มักจะเป็นชั้นที่เหลืออยู่บนตัวเราเวลาเข้าตัวอาคาร เพราะเรามักจะถอดตัวนอกออก

เสื้อผ้ากันหนาวที่ขายบางยี่ห้อจะเป็นเซ็ตรวมชั้นกลางกับชั้นนอกเข้าด้วยกัน แล้วสามารถถอดแยกออกจากกันได้ ลองพิจารณาดูเพราะบางทีอาจจะประหยัดกว่าซื้อแยกก็ได้

เช่นเคยครับ ถ้ามีเงินไม่อั้นก็ไปหา Marino Wool หรือ ขนห่าน เพราะน้ำหนักเบาและอุ่นสบาย หรือเลือกใยสังเคราะห์ก็ได้ ไม่อย่างนั้นผ้าฟรีสนี่แหละครับไม่หนีกันเท่าไรในเรื่องความอุ่นแต่น้ำหนักกับราคาห่างกันลิบ

เสื้อฟรีส Fleece
เสื้อใยสังเคราะห์ Thermoball ของ The North Face

ถ้าไปที่หนาวมาก ๆ เช่น ติดลบเลข 2 หลัก เราก็เพิ่มชั้นนี้เข้าไปครับ เป็น 2 ชั้น เช่น เสื้อผ้าฟรีสตัวแรก เสื้อผ้าขนเป็ด (ห่าน) ตัวที่ 2 ก็ได้

ชั้นนอก Shell Layer

เป็นชั้นที่อยู่นอกสุดของเรา เป็นชั้นที่จะ กันลม กันฝน กันหิมะ ให้เรา เพราะถ้าลมหรือน้ำเข้ามายังตัวของเรา เราจะหนาว หรือถ้าชั้นนอกเราถ่ายเทอากาศไม่ดี เราก็จะอบอ้าวเหมือนซาวน่าเลยทีเดียว

เสื้อชั้นนี้ควรจะใหญ่สักหน่อย คือใส่แล้วยังเดินเหินสะดวก ขยับร่างกายได้ ไม่ติดขัด ซึ่งราคาก็ตามคุณสมบัติเลยว่าจะตัวเดียวกันได้เบ็ดเสร็จ และน้ำหนัก ยิ่งเบายิ่งแพง

ถ้ากันน้ำได้ก็ต้องดูว่า กันน้ำได้ Waterproof หรือกันแค่น้ำสาด Water Resistant , Water Repellent ไม่เหมือนกันนะครับ

บางคนอาจจะแยกอีกเป็น Soft Shell กับ Hard Shell อีก จะได้ไม่หนัก ก็แล้วแต่ชอบเลย

เสื้อ 3 in 1 ที่รวมชั้นกลางและชั้นนอกไว้แล้ว

ถ้าแนะนำ ส่วนใหญ่ ชั้น Shell ด้านนอกควรเลือกของดีหน่อย พวกมียี่ห้อก็ดี เพราะจะใช้ได้ทนนาน  เช่น The North Face ถ้าไม่เคยมีเสื้ออะไรมาก่อนเลย พวกนี้มักจะมีขาย 3 in 1 คือมี 2 ชั้น Middle + Shell และถอดแยกจากกันได้ กันลม ฝน หิมะ ได้จบเลยในชุดเดียว ซื้อแบบนี้ก็ได้ครับ ราคาถูกแพงตามเสื้อตัวใน ขนเป็น ขนห่านก็แพงหน่อย ใยสังเคราะห์ก็ถูกหน่อย

หรือ Uniqlo เจ้าเก่า ตัว Soft Shell อย่าง Ultra Light Down ก็ใช้งานได้ดี เบามาก ราคาไม่แพง ผมก็ใช้รุ่นนี้อยู่ แล้วใส่ Hard Shell ของ The North Face เอา เวลามีฝนหรือลมแรง ๆ

สำคัญที่สุดคืออย่าให้ ลม น้ำ หิมะ เข้าถึงตัวเราหรือเปียกได้ เพราะไม่งั้นเสื้อดีแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ครับ

ส่วนใหญ่เรามักจะดูอุณหภูมิเห็นว่าแค่ 10 องศา แต่ลืมดูว่าเมืองนอกลมแรงมาก อาจจะรู้สึกหนาวเหมือน 5 องศาก็ได้ ต้องระวัง

แค่นี้คงช่วยในการเลือกซื้อเสื้อผ้ากันหนาวได้ดีขึ้นแล้วนะครับ

 

แถม ถุงเท้า

เลือกแบบขนสัตว์ หรือผสมขนสัตว์ จะกันหนาวได้มาก ๆ หรือใช้แบบใยสังเคราะห์หนาหน่อย เช่น ถุงเท้าสำหรับปีนเขา จะมีกลิ่นเหม็นน้อยกว่าถุงเท้าฝ้ายปกติที่เราใส่ครับ แต่ถ้าไม่มีเวลาแล้วก็ใส่หนา ๆ หน่อย แล้วหมั่นซักบ่อย ๆ ครับ

Facebooktwittergoogle_plus
Loading Facebook Comments ...
Loading Disqus Comments ...